Release info

The Bee Gees How Can You Mend a Broken Heart 2020 WEBRip iTunes th
The Bee Gees How Can You Mend a Broken Heart 2020 WEB-DL iTunes th
A Commentary by Ferdi125

Tags

Web-DL
web-dl
web
WEB-DL
webrip
BRip
Published on: 2022-02-03
Downloads: 26
Hearing Impaired: No

Thai subtitle preview

The first 200 lines.

พวกคุณเข้ามาข้างหลังได้ยังไง ออกไปเลย ขอโทษนะ

คุณเข้ามาในนี้ไม่ได้ พาเขาออกไป

คุณเข้าไม่ได้นะ นี่เป็นการซ้อมส่วนตัว

ขอบคุณมากครับ สวัสดีทุกคน

ขอบคุณครับ

โอกแลนด์ แคลิฟอร์เนีย กรกฎาคม ปี 1979

ภาพยนตร์โดย แฟรงก์ มาร์แชล

ไมแอมี ปี 2019

ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วถึงสัจธรรมที่ว่า "ไม่มีสิ่งใดเป็นจริง"

ไม่มีเลย

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมอง

ครอบครัวผมเสียไปแล้ว

แต่นั่นคือชีวิต

มันก็เหมือนกันทุกครอบครัว ที่สุดท้ายจะมีคนถูกทิ้งไว้

และถึงจุดนี้ของชีวิต ผมมีความทรงจำที่แสนวิเศษ

แต่ความทรงจำของทุกคนไม่เหมือนกัน

นี่เป็นแค่ความทรงจำของผม

ผมรู้ว่ามอริซกับโรบิน คงมีความจำต่างออกไป

แบร์รี่ กิบบ์

แบร์รี่ โรบิน และมอริซ

ผมจำได้ว่าแบร์รี่บอกว่า สักวันหนึ่งเราจะดังมาก

แล้วเราก็ตอบว่า "อ๋อ ได้สิ แล้วแต่นายเลย"

เขาเป็นพี่ใหญ่นี่นะ

เรามองว่าตัวเองเป็นแฝดสาม ไม่ใช่ผมกับมอริซเป็นแฝดกัน

และเราก็มีเป้าหมายเดียวกัน ตั้งแต่เด็ก

จนมันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะมองกันเป็นพี่น้องทั่วไป

คริสต์มาสตอนผมเก้าขวบ มีกีตาร์อะคูสติกอยู่ตรงปลายเตียง

โรบินกับมอริซเริ่มเล่นดนตรีด้วยกัน แกล้งทำเป็นร้องเพลงกับผม

แล้วเราก็เริ่มออกงานแสดง เป็นวงวัยรุ่น

บริสเบน ปี 1958

เราย้ายครอบครัวเรา จากอังกฤษไปออสเตรเลีย

เราสามคนเข้าใจตรงกัน

ว่าเราจะต้องดังให้ได้ ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ

พ่อมีวงดนตรีของตัวเอง แต่มันไปไม่รอด

เขาเลยมาเป็นผู้จัดการของเรา และเป็นทีมเดียวกัน

มีเราสามคนกับพ่อ แล้วก็แม่ด้วย แน่นอน

แม่เป็นคนที่ทำให้พ่อกับเรา ใจเย็นเข้าหากันได้

แม่เข้มแข็งและซื่อสัตย์มาก

เดอะบีเทิลส์เพิ่งมาถึงประเทศเรา เป็นครั้งแรก

ตอนที่เดอะบีเทิลส์เริ่มดัง

มันรู้สึกแบบ "นั่นแหละที่เราพยายามทำ"

พวกเขาเปลี่ยนเพลงป็อปเป็นศิลปะ ร้องเพลงประสานสามคนเหมือนเรา

เราเลยตัดสินใจกันเอง

ว่าเรากำลังจะกลับไปมีส่วนร่วม ในการบุกวงการเพลงของอังกฤษ

การทำเพลงคือสิ่งที่ เราอยากทำไปตลอดชีวิต

เราเลยคิดว่า "ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะทำให้ได้"

สปิกส์แอนด์สเปกส์ บีจีส์

ก่อนออกจากออสเตรเลีย เราทำอัลบั้ม ชื่อว่า "สปิกส์แอนด์สเปกส์"

เสียงของแบร์รี่ กิบบ์

มันเป็นเดโมที่ดีที่สุดของเรา

อังกฤษ ปี 1967

ผมกับพ่อออกตระเวนนัดพบคนในวงการ

ตอนเราไปนั่งในออฟฟิศค่ายเพลง ทุกคนพูดเหมือนกัน

"ไม่ๆ ผมขอโทษนะ หนุ่มๆ เราช่วยคุณไม่ได้"

พ่อผมตั้งใจว่า "เราต้องทำให้ได้"

เพราะพ่อผมเป็นคนที่ ทะเยอทะยานที่สุด

ในตระกูลกิบบ์

เราชอบเดอะบีเทิลส์ พ่อเลยส่งของผลงานนี้ไปเนมส์

ออฟฟิศไบรอัน เอปสไตน์

ไบรอัน เอปสไตน์ ชายที่สร้างเดอะบีเทิลส์ให้เป็นลัทธิ

ตอนนี้ดังไม่แพ้วงแล้ว

ส่วนใหญ่ผมทำงานจดหมายให้ไบรอัน

มีจดหมายจากคุณพ่อ ของหนุ่มหล่อน่ารักสามคน...

ปีเตอร์ บราวน์ ทีมบริหารเนมส์

ที่กระตือรือร้นมาก

และเคยประสบความสำเร็จมาบ้าง

พวกเขาเกิดที่แมนเชสเตอร์ แต่เขียนมาจากออสเตรเลีย

ผมเอาจดหมายไปให้เขา

ไบรอันบอกว่า "ใช่ ดีมากเลย"

เขาบอกว่า "เอาไปให้โรเบิร์ต"

โรเบิร์ต สติกวูด ผู้จัดการของเนมส์ ปี 1967-68

"เขาเป็นคนออสเตรเลีย และเขาเก่งเรื่องแบบนี้"

มีคนส่งเทปของเด็กพวกนี้ มาจากออสเตรเลียเหรอ

ใช่แล้ว

ผมฟังแล้ว แล้วผมก็ทึ่งมาก

ร้องประสานเสียงและแต่งเพลง ได้เยี่ยมที่สุดที่ผมเคยได้ยิน

ตอนนั้นโรเบิร์ตเป็นผู้จัดการของผม

ครีม - เอริก แคลปตัน, จินเจอร์ เบเคอร์, แจ็ค บรูซ

ครีมเซ็นสัญญากับโรเบิร์ต

ซึ่งผมนึกว่าเป็นสัญญาผูกขาด

ผมแค่แปลกใจที่มีวงอื่นเข้ามา

โรเบิร์ตประหลาดมาก เขาพิลึกสุดๆ

เขาเป็นคนออสเตรเลีย แต่พูดเหมือนสุภาพบุรุษชาวอังกฤษ

และเขาจะใส่เน็กไทสวยๆ ใหญ่ๆ

แล้วเขาก็หวีผมเป๋ ทุกอย่างมัน...

หมอนี่เป็นใคร

ไม่ว่าชายคนนี้จะเป็นใคร เขาเชื่อในตัวเราจริงๆ

เขาแทบจะเป็นเหมือนพ่อแม่เลย

คุณปฏิเสธพรสวรรค์ไม่ได้

เสียงของโรเบิร์ต สติกวูด

แล้วพรสวรรค์ก็เด่นชัดมาก

มีคนบอกว่าบีจีส์เข้าเมืองเรามา

พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทของผม จากออสเตรเลีย

ผมก็เลยโทรหาพวกเขา

ผมบอกว่า "มอริซอยู่ไหม ขอคุยกับมอริซหน่อย"

แล้วเขาก็บอกว่า "เราเซ็นสัญญากับ ผู้ชายที่ชื่อโรเบิร์ต สติกวูด

เราจะเข้าไปอัดเสียงกัน

มาเล่นกีตาร์ให้หน่อยสิ"

ผมขึ้นรถไฟไปลอนดอน และเจอไอบีซีสตูดิโอส์

ไอบีซีสตูดิโอส์ ลอนดอน อังกฤษ

พวกเขาอยู่ที่นั่น มีแบร์รี่ โรบิน และมอริซ

กับมือกลอง คอลิน ปีเตอร์เซน

คอลิน ปีเตอร์เซน มือกลองบีจีส์ ปี 1967-1969

คืนนั้นชีวิตผมเปลี่ยนไป โดยสิ้นเชิงเลยจริงๆ

คืนแรกที่เราไปที่นั่น เกิดไฟดับ

ระหว่างที่รอไฟติด เรานั่งบนบันได

แล้วแบร์รี่ก็เล่นกีตาร์

เสียงมันสะท้อนมาก ที่นี่เสียงสะท้อนเพราะมาก

เราอยู่ในความมืด

ความคิดแรกคือ "ถ้าผมเป็นอะไรไป..."

แล้วเราก็คิดว่า "มันต่อยังไงได้อีก"

เราแกล้งทำเป็นว่าเราอยู่ในเหมือง

เพราะนั่นเป็นซิงเกิลแรกของเรา เราอยากได้ชื่อเพลง

ที่สะกดจินตนาการได้ ทำให้คนสนใจได้

แล้ว "นิวยอร์กไมนิงดิแซสเตอร์" ก็ถือกำเนิดขึ้น

เราได้เพลงฮิตเพลงแรก ภายในห้าเดือนที่กลับมาอังกฤษ

ที่น่าตื่นเต้นก็คือ มันติดชาร์ตในอเมริกาด้วย

เราคิดว่าอาจจะได้ติดชาร์ตในอังกฤษ

แต่ไม่เคยฝันเลยว่า เราจะได้ติดชาร์ตในอเมริกาด้วย

นิวยอร์ก ปี 1967

ผมเลยพาพวกเขาไปอเมริกา เพื่อพาไปเซ็นสัญญากับค่ายเพลง

ผมตัดสินใจฝากกลุ่มนี้ไว้ กับแอตแลนติก

อาห์เม็ต เอร์เตกุน ผู้ก่อตั้งร่วม แอตแลนติกเรคอร์ดส์

เขาบอกว่า "ผมจะพาคุณ ไปหาอาห์เม็ต เอร์เตกุน

และพาคุณเข้าวงการดนตรีอเมริกัน"

โอทิส เรดดิงเล่นอยู่ที่อะพอลโล

อาห์เม็ต เอร์เตกุน กับโรเบิร์ต สติกวูด พาผมไปดูโอทิส

มันน่าทึ่งมาก

โซลมีความพิเศษในเพลงของบีจีส์เสมอ

เราได้รับอิทธิพลจากดนตรีคนดำมาตลอด

สโมคกี้ โรบินสัน, โมทาวน์ ทั้งหมดนั่นมีอิทธิพลกับเรามาก

โรเบิร์ตแนะนำพวกเรา แต่บอกว่า "ผมจะให้คุณแต่งเพลงให้โอทิส เรดดิง"

"ทูเลิฟซัมบอดี้" แต่งขึ้นในคืนนั้น

แต่น่าเสียดาย ที่โอทิสไม่ได้ร้องเพลงนี้

โอทิส เรดดิง นักร้อง สมาชิกวง รถดิ่งทะเลสาบโมโนนาดับ

ผมคงรู้จักเพลง "ทูเลิฟซัมบอดี้" มาตลอด

เพราะเพลงนั้นมันเหมือน ลอยอยู่ในอากาศ

เนื้อเพลง "มีแสงสว่างแบบหนึ่ง ที่ไม่เคยส่องถึงฉัน"

ผมไม่รู้ว่าเขาพูดถึงตัวเองหรือเปล่า

แต่พอถึงจุดหนึ่ง ผมก็หมกมุ่น ผมตามหาเพลงคัฟเวอร์ทุกเวอร์ชัน

อย่างนีน่า ซิโมน, ดิแอนิมอลส์

นักร้องเก่งๆ บางคนก็ร้องเพลงนั้น แน่นอนครับ

แต่เสียงของเขา ตอนที่เขาร้อง

คิดถึงแล้วผมยังขนลุกอยู่เลย

ผมจำได้ว่าได้ยินเพลงนี้

แล้วผมก็คิด "นี่เพลงใคร"

แล้วก็ "บีจีส์นี่เอง"

แล้วก็ "บีจีส์เหรอเนี่ย"

ผมตะลึงไปเลยล่ะ

เพลงช่วงแรกๆ ฟังแล้วคล้ายเดอะบีเทิลส์ยุคแรกเลย

มันเป็นเสียงคลาสสิกกีตาร์ป็อปยุค 60 แต่มันก็มีอีกอย่างในนั้นด้วย

มันมีพี่น้องร้องเพลง

เวลามีพี่น้องร้องเพลง

มันจะเหมือนเครื่องดนตรี ที่ไม่มีใครซื้อได้

คุณไปซื้อเสียงนั้นในร้านไม่ได้

คุณเล่นเฟนเดอร์ สตราโตคาสเตอร์ ผ่านว็อกซ์แอมป์

แล้วเสียงเหมือนบัดดี้ ฮอลลี่ได้

แต่ร้องให้เหมือนบีจีส์ไม่ได้

เพราะเวลาครอบครัวร้องเพลงด้วยกัน มันเป็นเอกลักษณ์

มันเป็นการผสมผสาน โทนเสียงพี่น้องแต่ละคน

และโรบินมีเสียงเพราะ เรียกน้ำตา

โรบินเป็นเด็กที่มีความสุข

ตลกจนเหมือนบ้า

เขาดีใจมากที่ได้ออกทีวี

เขาเป็นเด็กที่ตลกที่สุด ที่คุณจะได้เจอ

พ่อผมเรียกเขาว่าแพะตัวเมีย

เขามักจะ...

เขาชอบซ้อมอยู่หลังรถ แล้วทำหน้าแบบนี้

แบบ "ฉันรักเธอ..."

แล้วเราก็จะบอก "หุบปาก เสียงเหมือนแพะตัวเมียเลย"

โรบินชอบฉายเดี่ยวมาตลอด

ผมชอบทำตัวตามใจ ผมชอบเล่นตลกกับคนอื่น

แต่ผมจะไม่ทำแบบนั้นด้วยทันทีนะ

โรบินมีไหวพริบที่ไม่มีใครแข่งได้

บางทีเขาก็มืดมนมากด้วย

โรบินไม่ใช่คนที่จะพูดว่า "ผมรักพี่น้อง"

หรือว่า "กอดกลุ่ม" ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย

ผมเป็นคนขี้อายมาก

ผมเป็นคนที่ทำความรู้จักยากมาก

ผมต้องรู้จักใครสักคนจริงๆ ถึงจะเปิดเผยตัวเอง

นั่นคือเสียงที่ใช่ นั่นคือเสียงที่สื่อไปถึงหัวใจ

เราจัดโชว์ที่โรงละครซาวิลล์

พอล แม็กคาร์ตนีย์มาดู กับเจน แอชเชอร์

เพราะโรเบิร์ตไปชวนว่า "คุณจะมาดูหนุ่มๆ วงนี้ไหม"

พอมาลองคิดดู ห้าเดือนก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่ม

ผมอยู่ที่พิตต์สตรีต ซื้อหนังสือเดอะบีเทิลส์แฟนคลับบุ๊ก

แล้วตอนนี้ผมมาปาร์ตี้กับพวกเขา

เรารู้สึกเหมือนมาถึงแล้ว

ตอนนี้ผมอาศัยอยู่ที่ไฮเกต นอกลอนดอน

แบร์รี่มีบ้านที่จัตุรัสอีตัน

โรบินมีบ้านที่เซนต์จอร์จส์ฮิลล์ แถวนั้นสวยมาก

ส่วนแม่กับพ่อก็มีบ้านของตัวเอง

และแน่นอนว่าแอนดี้อยู่กับพ่อแม่

แอนดี้ กิบบ์ น้องชายคนเล็ก

เขาเหมือนพวกเราเลย

และเขาก็คอยตามเราตลอด

ด้วยหวังว่าสักวันเขาจะได้ทำบ้าง เขาอยากร้องเพลงด้วย

มีเพลงฮิตมากมายในช่วงเวลาสั้นๆ

หลังจากผลงานทั้งหมดที่ทำมา ทั้งเล่นตามคลับและทุกอย่าง

ผมรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ เราก็เลยใช้โอกาสนี้ให้คุ้ม

The Bee Gees: How Can You Mend a Broken Heart subtitles in other languages

Comments

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left