Las primeras 200 líneas.
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 1980 23 พฤษภาคมให้เป๊ะเลยนะ The Shining ก็เข้าฉาย
และฉันก็อยากดูมันโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฉันหมกมุ่นกับหนังสือเล่มสำคัญของสตีเฟน คิง
และมันยังคงเป็นหนึ่งในนวนิยายหลักที่ทำให้ฉันอยากเป็นนักเขียน
อันที่จริง ทันทีที่ฉันอ่าน The Shining จบรอบที่สาม
ฉันก็เริ่มเขียนนวนิยายของตัวเอง ซึ่งในที่สุดจะกลายเป็น Less Than Zero
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันขับรถไปเวสต์วูดเพื่อดูหนังโดยไม่มีกลุ่มเพื่อน
และฉันรู้สึกเป็นผู้ใหญ่เหลือเกินในขณะที่ซิ่งข้ามถนนมัลฮอลแลนด์
ในเช้าวันเสาร์นั้นด้วยรถเบนซ์ 450 SL สีดำของพ่อ
รถถังสองประตูที่ไม่ใช่รถสปอร์ตที่ฉันโหยหาเลย
ในวัยรุ่น
ฉันจำได้ และก็ไม่รู้ว่าทำไม
ว่าฉันสวมเสื้อราล์ฟ ลอเรน ตัวใหม่สุดอินเทรนด์
สีน้ำตาลแต่งลายทางสีขาวอมเทานิดๆ
และกางเกงยีนส์แคลวิน ไคลน์ กับรองเท้าโลฟเฟอร์กุชชี่
1 ที่ครับ
3 ดอลลาร์ค่ะ
ขอบคุณครับ
ฉันนั่งเงียบด้วยความเคารพและจ้องมองไปที่จอภาพ 70 มิลลิเมตร
พอนึกมาเขียนตอนนี้ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวถึง 20 นาที
นั่งเฉยๆ อยู่ตรงนั้น
คิดเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับทอมและซูซานเพื่อนของฉัน
รอคอยโดยไม่ต้องมีอะไรมาดึงความสนใจ
เช่น สมาร์ตโฟนหรือโซเชียลมีเดีย
ไฟในโรงหนังค่อยๆ หรี่ลง และนั่นคือตอนที่ฉันเห็นเด็กผู้ชายคนนั้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่เคยลืมการได้ดู The Shining
ในวันที่ 24 พฤษภาคม 1980 ที่โรงหนังในเวสต์วูด ตอน 10:00 น
ฉันนั่งอยู่ริมทางเดินด้านข้างตอนที่เห็นเขา
ผู้ชายที่หล่อเหลาจนน่าทึ่งจนตอนแรกฉันคิดว่าเขาเป็นดาราหนัง
หรือนายแบบจากนิตยสาร GQ
เขาสูงมาก
เขามีผิวแทนทั่วทั้งตัวอย่างไม่ต้องสงสัย
เด็กผู้ชายคนนี้ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวฉันแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ฉันต้องเป็นเพื่อนกับเขา ฉันต้องครอบครองเขา
โลโก้วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ลอยเข้ามาหาเราขณะที่เครดิตเปิดเรื่องเริ่มต้นขึ้น
เหนือภาพมุมสูงของรถโฟล์คสวาเกนของครอบครัวที่มุ่งหน้าสู่โรงแรมโอเวอร์ลุค
เขาต้องแก่กว่าฉันแน่ๆ อาจจะเป็นนักศึกษา UCLA
ฉันมองดูด้วยความหลงใหล ขณะที่เด็กหนุ่มคนนี้ เทพองค์นี้ ลับสายตาไป
เขาสังเกตเห็นว่าฉันจ้องมองและเบือนหน้าหนี
แต่ก่อนหน้านั้นสายตาที่มองค้างไว้ก็กวาดมองฉัน
และฉันก็เพ้อฝันว่าเขาก็สนใจฉันเหมือนกัน
หลังจากหนังจบ ฉันรู้สึกเฉยๆ มาก
มันไม่เห็นเหมือนในหนังสือเลย ฉันรู้สึกเหมือนถูกหลอก
ฉันเดินเข้าไปในล็อบบี้โดยหวังว่าจะเจอเด็กผู้ชายคนนั้น แต่เขาไม่อยู่เลย
ฉันรออยู่ข้างนอกโรงหนัง แต่เขาก็ไม่อยู่เช่นกัน
สิ่งที่ฉันไม่รู้ในตอนนั้นคือ ฉันจะได้พบกับเด็กผู้ชายคนนี้อีกครั้งจริงๆ
และเขาชื่อโรเบิร์ต มัลลอรี
และการมาถึงของเขาที่โรงเรียนมัธยมและในชีวิตของฉันจะเกิดขึ้นพร้อมกับ
ช่วงเวลาแห่งความสยดสยองและการฆาตกรรมที่จะทำลายล้างเราทุกคน
"เรดรัม" ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนี่ยนะ? นั่นจะหลอกหลอนฉันไปตลอดชีวิตแน่ๆ
แบบว่า "เรดรัม"? แต่ว่า...
มันเกิดขึ้นกับฉันตอนที่พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพวกเราในปี 1981
ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน: เด็กสมัยนี้แม่งโคตรสบายเลย
จริงอยู่ที่การเป็นวัยรุ่นมันยากในตอนนี้เพราะคุณต้องรับมือ
กับเรื่องวัยรุ่น เพศสภาพ และการกลั่นแกล้งออนไลน์
แต่รุ่นของเราลำบากกว่าเพราะเราต้องรับมือกับฆาตกรต่อเนื่อง
เงา
เงา
เงา
ต้นยุค 80 คือยุคทองของฆาตกรต่อเนื่อง
ตำนานทั้งหมดต่างออกล่าเหยื่อกันหมด
เดอะ ไนท์ สตอล์กเกอร์, ฮิลไซด์ สตรางเลอร์
เงา
ขณะที่ฉันเตรียมตัวขึ้นปี 4...
เงา
...ฉันไม่รู้เลยว่าฉันและเพื่อนๆ จะถูกตามล่าเช่นกัน
โดยฆาตกรต่อเนื่องที่โรคจิตที่สุดในบรรดาพวกเขาทั้งหมด
สวัสดี
สวัสดี
สวัสดี
นี่คือเรื่องราวของเรา
พวกเราบางคนรอดชีวิตจากมัธยมปลาย
พวกเราบางคนตาย
แต่ไม่มีใครรอดชีวิตออกไปได้เลยสักคน
ที่รัก
สวัสดี
นั่นใครน่ะ?
ฉันจำได้ว่าเป็นบ่ายวันอาทิตย์ก่อนวันแรงงาน
และปีสุดท้ายของเรากำลังจะเริ่มต้นในเช้าวันอังคาร
ที่ 8 กันยายน 1981
และฉันจำได้ว่าคอกม้าเวสต์ริดจ์
ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือมาลิบู
ที่ซึ่งเดบอราห์ ชาฟเฟอร์ แฟนสาวของฉันกำลังฝากเลี้ยงสปิริต ม้าตัวใหม่ของเธอ
ฉันขับรถมาคนเดียวตามหลังซูซาน เรย์โนลด์ส และทอม ไรต์
ไปตามถนนแปซิฟิกโคสต์ไฮเวย์
ทุกอย่างมันเร่งรีบขึ้นเมื่อคุณมีรถยนต์
คุณจะพึ่งพาตัวเองได้ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คุณกลายเป็นผู้ใหญ่แล้ว
สิ่งนี้สนับสนุนให้พ่อแม่ของเราทำงานนานขึ้น
หรือเดินทางโดยมีข้อจำกัดน้อยลง
ทิ้งพวกเราทุกคนไว้ข้างหลังในบ้านว่างเปล่าที่สวยงาม
ในเบลแอร์ เบฟเวอร์ลีฮิลส์ หรือเบเนดิกต์แคนยอน
และฉันกับเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไรกับเรื่องนั้น
พวกเราคือครอบครัว เราเลี้ยงดูกันเอง
โดยปกติเราจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการนัดกินมื้อเที่ยงที่แฮมเบอร์เกอร์ แฮมเล็ต
ที่ซึ่งเราจะเบียดเสียดกันเข้าไปนั่งในบูธสีแดงเพื่อกินแพตตี้เมลต์
หลังจากซื้อตั๋วดูหนังเรื่องต่อไปที่เดอะ บรูอิน
อาหารเย็นมักจะเป็นที่ฟู้ดคอร์ท
โดยมีเวลาพักไปเล่นเกม Space Invaders และ PAC-MAN ที่อาร์เคด
หรือหาเพลงใหม่ๆ ที่ทาวเวอร์ เรคคอร์ดส์ พลิกดูหนังสือปกอ่อน
ตามร้านหนังสือขนาดใหญ่หลายแห่งที่ตั้งอยู่ตามท้องถนน
มีอยู่สักห้าหรือหกแห่งในปี 1981
นั่นแหละร้านนั้น
ตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว
ฉันขับตามหลังรถของทอมขึ้นไปตามถนนคดเคี้ยวของคอกม้า
ซึ่งเราจอดรถไว้ข้างรถ BMW ป้ายแดงเป็นเงาวับของเดบอราห์
เราพบเด็บบี้กำลังจูงสปิริตเดิน
ขี่เลย เด็บบี้
เธอกำลังสวมชุดขี่ม้า
อยู่นี่เอง
ฉันรู้ดีว่าสปิริตเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง
ของความสะเพร่าและความอภิสิทธิ์ของเด็บบี้
ค่าใช้จ่ายในการดูแลและเป็นที่อยู่ให้สัตว์ตัวนี้สูงลิ่ว
แต่ฉันคิดว่าเธอไม่สนใจด้วยซ้ำ
ในแง่หนึ่ง เด็บบี้เป็นเหมือนการทดลอง
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมีแฟนในปีสุดท้ายนี้
ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นซูซาน เรย์โนลด์ส
แต่ทว่าเด็บบี้กลับกลายมาเป็นแบบนั้นโดยอธิบายไม่ถูก
เราอยู่ในงานปาร์ตี้ที่บ้านของแอนโทนี่ แมทธิวส์
และเธอก็จูบกับฉันบนเก้าอี้นอนยาวริมสระน้ำ
ฉันเมาควอโลดอยู่ เธอเล่นโคเคนไปนิดหน่อย ตอนนั้นเที่ยงคืนพอดี
- ใส่เข้ามาเลย ฉันแฉะไปหมดแล้ว - อะไรนะ?
และฉันก็อยู่ในจุดที่ยังพยายามรู้สึกดึงดูดใจกับผู้หญิงอยู่
- มีคนอยู่แถวนี้ - ฉันอยากได้ ฉันต้องการเธอ บริด
ฉันประหลาดใจตัวเองที่ไหลตามน้ำไป
เด็บบี้แหกกฎอยู่เสมอ
พอถึงปีสุดท้าย ผมของเธอก็เป็นสีบลอนด์แพลตตินัมตามแบบฉบับของวงบลอนดี้
ถ้าคุณอยู่ม.5 หรือ ม.6 อนุญาตให้แต่งหน้าได้นิดหน่อย
แต่เพราะเด็บบี้รวยมาก เธอเลยลอยนวลทำอะไรก็ได้
และทาลิปสติกสีชมพูจัดจ้าน
หรือสีแดงฉาน ดูท้าทายอยู่เสมอ
ดูนี่สิ เด็บบี้ ฉันคือเธอนะ
พวกเธอ หยุดนะ เดี๋ยวพวกม้าก็ตกใจกลัวหรอ
- ซูซาน ได้โปรด ลงจากหลังเขาทีเถอะ - โอเค
นี่รสม้าอาหรับราคาล้านดอลลาร์นะ และพวกเธอจะทำให้มันตกใจกลัว
เพราะพวกเธอเอาแต่เกาะติดทอมอยู่ได้ไม่ถึงหนาที
พวกเธอเพิ่งทำให้พวกมันตกใจกลัวหมด...
ทอม ไรต์ และซูซาน เรย์โนลด์ส
คบหากันตั้งแต่เรียนอยู่ม
และตอนนี้เป็นคนที่ป๊อปปูลาร์ที่สุด
ไม่ใช่แค่ในชั้นเรียนของเรา แต่ในหมู่นักเรียนทั้งหมดด้วย
มันชัดเจนว่าทำไม
ทอมและซูซานดูดีแบบไม่ต้องพยายาม
แบบอเมริกันแท้ และทั้งคู่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย
พวกเขารักกันอยู่ประมาณสองปี
จนกระทั่งฤดูใบไม้ร่วงปี 1981 ที่คนใดคนหนึ่งหมดรักไป
ทอมคือความหล่อเหลาในแบบเด็กหนุ่มวัยรุ่นในอุดมคติเสมอมา
และสิ่งที่ดึงดูดใจเกี่ยวกับตัวเขาคือเขาดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไรเลย
เขามีความว่างเปล่าที่น่าค้นหาซึ่งดูมีเสน่ห์และผ่อนคลาย
เขาตรงกันข้ามกับซูซาน
ประธานนักเรียน เรียนเก่งระดับเอทุกตัวแบบไม่ต้องพยายาม
เธอค่อนข้างรู้ว่าฉันแอบหลงรักเธออยู่
และฉันก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ
ตอนที่เธอมีประจำเดือน ปัญหา1กับแม่ของเธอ
ทุกความบาดหมางและการขาดแคลนในจินตนาการที่เธอคิดว่าเธอกำลังเผชิญ...
- ฉันรักเธอนะ - ... ความหลงใหลในตัวเพื่อนร่วมชั้นก่อนหน้าทอม
สำหรับฉันเธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก
และจนถึงทุกวันนี้ เธอยังคงเป็นคนที่ฉันคิดว่าฉันรักมากที่สุดในชีวิต
ได้ข่าวคราวจากพ่อแม่บ้างไหม?
เมื่อเช้า ยังอยู่ฝรั่งเศส สัปดาห์หน้าจะไปเวนิสต่อ
พวกเขาจะอยู่ยุโรปยาวเลย
แม่บอกว่าเธอยังคิดอยากจะหย่ากับพ่ออยู่ดี
พ่อบอกว่าทริปนี้ดีมาก และพวกเขาจะยังไม่กลับบ้าน
จนกว่าชีวิตคู่จะกลับมามั่นคงอีกครั้ง
ฉันหวังว่ามันจะราบรื่นสำหรับพวกเขานะ
แย่ชะมัดที่มีพ่อแม่หย่าร้างกัน
ฉันคิดถึงพ่อมากเลย
ให้ตายสิ นั่นมันความฝันของฉันเลย อิสระเสรีทั้งหมดนั่น
ใครทำอาหารให้กินล่ะ? เธอก็ทำอาหารไม่เป็นนี่
โรซ่าทำอาหารให้ฉันทุกมื้อ
ขอบคุณครับ
ฉันแค่นั่งเขียนหนังสือทั้งคืนหลังจากเธอกลับไป และทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
คืนนี้จะไปบ้านเด็บบี้ไหม?
เป็นปาร์ตี้ส่งท้ายฤดูร้อนแล้วนะ
วันแรงงานทำให้ฉันหดหู่ทุกที มันคือจุดสิ้นสุดของอะไรบางอย่าง
โอ้ แต่ปีนี้คือจุดเริ่มต้นปีสุดท้ายของเรานะ
ไปสิ ถึงแม้ว่า ให้ตายเถอะ พ่อของเด็บบี้จะทำให้ฉันอึดอัดสุดๆ ก็เถอะ
- โคตรเกย์เลย - ทอม!
โทษที เขาก็เป็นจริงๆ ครั้งล่าสุดที่ฉันไปที่นั่น
เขาถามฉันว่าอยากลงไปแช่จากุซซี่กับเขาในห้องน้ำของเขาไหม
ไม่ใช่ห้องน้ำตรงสระว่ายน้ำนะ
ฉันเลยแกล้งทำเป็นอาหารเป็นพิษแล้วชิ่งหนีมาเลย
เออ ฉันก็รู้สึกกลิ่นอายเกย์จากเขาเหมือนกัน
ฉันว่าแม่ของเด็บบี้ไม่รู้เรื่องหรอก ถ้าคุณจะเชื่อนะ
เธอชอบบ้าน ทริปท่องเที่ยว ได้ไปงานออสการ์ทุกปี
เขามiกี่ตัวแล้วนะ? รางวัลออสการ์เนี่ย
สองตัว
รู้หนังสือที่ฉันกำลังเขียนอยู่ไหม?
ฉันอยากให้เขาซื้อมันแล้วให้ฉันเขียนบทหนังเรื่องนั้น
ให้ตายสิ ฉันเกลียดการมาที่นี่ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์แค่เพื่อมาดูเธี่ขี่ม้าโง่ๆ นี่ชะมัด
- ทำไมพวกเราต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้ด้วยวะ? - เพราะเราเป็นคนดีไง
และปีนี้ เราจะครองโรงเรียนนี้กัน
- ทุกวันนี้เรายังครองไม่ได้รึไง? - ช่วยด้วย
ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก
ฉันไม่เข้าใจ
ฉันแค่คิดว่าเราควรเพลาๆ ลงสักพัก
มันอาจจะเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว
ฉันเห็นด้วย
จำไว้นะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
จะเป็นตลอดไป
No comments yet. Be the first to leave one.